บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

"1.5 ล้านล้านดอลลาร์กำลังไหลเข้าตลาดหุ้น — SpaceX, OpenAI, Anthropic คือจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่"

15 มิถุนายน 2569

"1.5 ล้านล้านดอลลาร์กำลังไหลเข้าตลาดหุ้น — SpaceX, OpenAI, Anthropic คือจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่"

"1.5 ล้านล้านดอลลาร์กำลังไหลเข้าตลาดหุ้น — SpaceX, OpenAI, Anthropic คือจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่"

เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่หยุดซื้อหุ้นคืน แล้วหันมาขอเงินจากนักลงทุนแทน
ลองนึกภาพร้านค้าแห่งหนึ่งที่ใช้เวลาเกือบ 20 ปีค่อยๆ ซื้อสินค้าในชั้นของตัวเองกลับคืนมาจากลูกค้า จนชั้นวางเริ่มว่างลงทีละน้อย แต่แล้ววันหนึ่ง เจ้าของร้านก็ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทาง — เปิดโกดังใหม่ เพิ่มสินค้า และเชิญลูกค้าทุกคนกลับเข้ามาซื้อ นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2026

จุดเริ่มต้นของยุคที่หุ้นหายออกจากตลาด
นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 บริษัทในดัชนี S&P 500 เลือกใช้กำไรมหาศาลที่หาได้ไปกับการซื้อหุ้นของตัวเองคืนจากตลาด ซึ่งเรียกว่า Share Buyback ยิ่งซื้อหุ้นคืนมาก จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดก็ยิ่งลดลง กำไรต่อหุ้นก็ยิ่งสูงขึ้น และราคาหุ้นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทใน S&P 500 ซื้อหุ้นคืนสะสมไปรวมกันมากกว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์ ผลที่ตามมาคือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในสภาวะ "ขาดแคลนหุ้น" อย่างต่อเนื่อง
แต่ปี 2026 อาจเป็นจุดพลิก

เมื่อ AI เรียกร้องเงินทุนที่ไม่มีวันพอ
ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนสมการนี้คือ AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล การสร้าง Data Center ขนาดยักษ์ การจัดหา GPU สำหรับ AI และการพัฒนาเครือข่ายพลังงานรองรับ ล้วนต้องการเงินในระดับที่แม้แต่บริษัทที่มีกำไรหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีก็ยังไม่เพียงพอ
Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่เคยเป็นหนึ่งในแชมป์ซื้อหุ้นคืนของโลก กำลังเตรียมขายหุ้นมูลค่าถึง 85,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในดีลระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทจดทะเบียน แต่ดีลที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดคือกลุ่ม "บริษัท AI สายเลือดใหม่" อย่าง SpaceX ที่เพิ่งเปิดตัว IPO มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 19% ในวันแรก ขณะที่ OpenAI และ Anthropic ก็กำลังเตรียม IPO ของตัวเองอยู่เช่นกัน
Ned Davis Research คาดว่าเพียงแค่สามบริษัทนี้อาจระดมทุนรวมกันได้มากกว่า 170,000 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลาอันสั้น และด้วยมูลค่าบริษัทรวมกันที่คาดว่าจะเกิน 3 ล้านล้านดอลลาร์ เพียงแค่นำหุ้นบางส่วนออกมาขาย ก็อาจชดเชยได้ทั้งปริมาณหุ้นที่ S&P 500 ซื้อคืนตลอดทั้งปี

ทำไมบริษัทถึงเลือกขายหุ้น ไม่ใช่กู้เงิน
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ IPO และการขายหุ้นกลับมาเฟื่องฟูในช่วงนี้ เมื่อพิจารณาจาก P/E Ratio ของ S&P 500 ที่สูงถึงประมาณ 25 เท่า แปลว่านักลงทุนกำลังยินดีจ่ายแพงเพื่อซื้อหุ้น ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการกู้ยืมผ่านตราสารหนี้ยังสูงกว่าช่วงก่อนปี 2022 อยู่มาก ทำให้การขายหุ้นกลายเป็นทางเลือกที่ "ถูกกว่า" ในมุมมองของบริษัท
Bloomberg รายงานว่า ในครึ่งแรกของปีนี้มีบริษัทกว่า 160 แห่งประกาศแผน IPO มูลค่ารวมเกิน 120,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าสองปีก่อนหน้ารวมกัน และหากนับรวมการขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่แล้ว ตัวเลขรวมทะลุ 360,000 ล้านดอลลาร์ อาจเป็นครึ่งแรกของปีที่มีการออกหุ้นมากที่สุดในรอบ 5 ปี

สัญญาณเตือนที่ยังต้องจับตา
ภาพนี้ไม่ได้สวยงามทั้งหมด นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ให้เห็นว่า การออกหุ้นจำนวนมากพร้อมกันมักหมายถึงแรงกดดันต่อราคาหุ้นที่มีอยู่เดิม กลุ่มบริษัท Hyperscaler ที่ปีก่อนเคยให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดโดยรวม ปีนี้กลับปรับตัวลดลงราว 2.6% และ underperform ตลาด
ยิ่งไปกว่านั้น IPO ขนาดใหญ่ในระยะแรกมักขายหุ้นออกมาเพียงเล็กน้อย SpaceX ขายหุ้นไม่ถึง 5% ของบริษัท แต่เมื่อ Lock-up Period ของผู้ถือหุ้นเดิมสิ้นสุดลง ปริมาณหุ้นที่จะไหลเข้าตลาดในอนาคตจะมหาศาลกว่านี้มาก
กล่าวได้ว่า ยุคที่หุ้นหายออกจากตลาดกำลังสิ้นสุดลง และยุคที่หุ้นใหม่หลั่งไหลกลับเข้ามากำลังเริ่มต้น — Wall Street กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงอย่างไร

20260614_s_6JxCLtt9Bc.webp