บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

14 กรกฎาคม 2569
เปิดโผหุ้นปันผลสูงเดือนกรกฎาคม 2568 ผลตอบแทนโดดเด่น...แต่ต้องมองให้ลึกกว่าตัวเลข
เปิดโผหุ้นปันผลสูงเดือนกรกฎาคม 2568 ผลตอบแทนโดดเด่น...แต่ต้องมองให้ลึกกว่าตัวเลข
สำหรับนักลงทุนที่มุ่งหวังสร้างกระแสเงินสดจากตลาดหุ้น คำว่า "หุ้นปันผล" ยังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากโอกาสรับผลตอบแทนจากราคาหุ้นแล้ว ยังมีเงินปันผลที่ช่วยสร้างรายได้ระหว่างการถือครองอีกด้วย
ล่าสุด ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เปิดเผยรายชื่อหุ้นและกองทุนที่มี Dividend Yield สูงที่สุด ทั้งในตลาด SET และ mai โดยหลายหลักทรัพย์มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า 15% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจำนวนมากต่างเห็นตรงกันว่า "Dividend Yield สูง ไม่ได้หมายความว่าหุ้นตัวนั้นดีที่สุดเสมอไป" เพราะอัตราผลตอบแทนดังกล่าวคำนวณจากเงินปันผลเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน หากราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรง Dividend Yield ก็อาจสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจะอ่อนแอลงก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า Dividend Trap หรือ "กับดักหุ้นปันผล"
10 หุ้น Dividend Yield สูงสุดในตลาด SET
จากการจัดอันดับของ SET พบว่าหุ้นและกองทุนที่มี Dividend Yield สูงสุด ได้แก่
- SCP
- AIE
- BUI
- TTLPF
- PIN
- UAC
- AIMCG
- SPRIME
- MJLF
- SPCG
โดยแต่ละหลักทรัพย์มี Dividend Yield ตั้งแต่ประมาณ 15-24% ตามข้อมูลล่าสุดของตลาดหลักทรัพย์
10 หุ้น Dividend Yield สูงสุดในตลาด mai
ฝั่งตลาด mai ก็มีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นเช่นกัน ได้แก่
- CPR
- SMD100
- APO
- PACO
- TPCH
- XO
- TERA
- STX
- TRT
- ITNS
ซึ่งหุ้นอันดับหนึ่งอย่าง CPR มี Dividend Yield สูงกว่า 30% ขณะที่หลายบริษัทอยู่ในระดับมากกว่า 10%
ก่อนซื้อหุ้นปันผล ควรดูอะไรนอกจาก Dividend Yield
นักลงทุนมือใหม่มักเลือกหุ้นจากตัวเลข Dividend Yield เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ เช่น
- กำไรของบริษัทเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ หากกำไรลดลง โอกาสลดเงินปันผลในอนาคตก็มีมากขึ้น
- กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแรงหรือไม่ เพราะเงินปันผลควรมาจากผลประกอบการที่แท้จริง
- ประวัติการจ่ายปันผล บริษัทที่จ่ายสม่ำเสมอหลายปีมักมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
- อัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) หากสูงเกินไป อาจสะท้อนว่าบริษัทนำกำไรเกือบทั้งหมดมาจ่ายปันผลจนเหลือเงินลงทุนไม่มาก
- แนวโน้มธุรกิจในอนาคต ธุรกิจที่ยังเติบโตจะช่วยสนับสนุนการจ่ายปันผลได้อย่างยั่งยืน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเองก็ให้ความสำคัญกับการมองภาพรวมของกิจการ มากกว่าการเลือกหุ้นจากตัวเลข Dividend Yield เพียงอย่างเดียว โดยอธิบายว่า Dividend Yield เป็นเพียงตัวชี้วัดหนึ่งที่ช่วยเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินปันผลเท่านั้น
หุ้นปันผลเหมาะกับใคร
หุ้นปันผลมักเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ
- สร้างกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน
- ลดความผันผวนของพอร์ต
- ลงทุนระยะยาว
- นำเงินปันผลกลับมาลงทุนต่อ (Dividend Reinvestment) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนแบบทบต้น
ทั้งนี้ แม้หุ้นปันผลจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของพอร์ต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง นักลงทุนจึงควรกระจายการลงทุน และศึกษาปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัทอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
สรุป
รายชื่อหุ้น Dividend Yield สูงประจำเดือนกรกฎาคม 2568 ถือเป็น "จุดเริ่มต้น" ที่ดีในการค้นหาหุ้นปันผลที่น่าสนใจ แต่การลงทุนที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวไม่ได้เกิดจากการเลือกหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการคัดเลือกบริษัทที่มีธุรกิจแข็งแกร่ง กำไรเติบโต และสามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรใช้ข้อมูล Dividend Yield ร่วมกับการวิเคราะห์งบการเงิน คุณภาพธุรกิจ และแนวโน้มการเติบโต เพื่อให้การลงทุนสร้างทั้ง "กระแสเงินสด" และ "การเติบโตของมูลค่าพอร์ต" ไปพร้อมกัน
อ้างอิงข้อมูล
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) : Top Dividend Yield
- SET Investnow : ความหมายของ Dividend Yield
- SETTRADE บทความ "หุ้นปันผล ภูมิคุ้มกันพอร์ตในทุกสภาวะตลาด"


