บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

ก้าวที่น่ากลัวของเพื่อนบ้าน! เมื่อ 'เวียดนาม' กางพิมพ์เขียว 70 เทคโนโลยีเปลี่ยนประเทศ  ยุคใหม่เริ่มต้น 1 ก.ค. นี้

18 พฤษภาคม 2569

ก้าวที่น่ากลัวของเพื่อนบ้าน! เมื่อ 'เวียดนาม' กางพิมพ์เขียว 70 เทคโนโลยีเปลี่ยนประเทศ ยุคใหม่เริ่มต้น 1 ก.ค. นี้

"ก้าวที่น่ากลัวของเพื่อนบ้าน! เมื่อ 'เวียดนาม' กางพิมพ์เขียว 70 เทคโนโลยีเปลี่ยนประเทศ ยุคใหม่เริ่มต้น 1 ก.ค. นี้" 

ลองจินตนาการถึงภาพของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่หลายคนเคยจำภาพว่าเป็นเพียงโรงงานรับจ้างผลิตเสื้อผ้าหรือประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์... แต่วันนี้ ภาพเหล่านั้นกำลังจะถูกแทนที่ด้วยภาพของห้องแล็บวิจัย AI และหุ่นยนต์อัจฉริยะครับ

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลเวียดนามได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญในแวดวงเทคโนโลยีระดับภูมิภาค ด้วยการอนุมัติแผนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ประกาศรายชื่อ “70 เทคโนโลยีขั้นสูง” และ “100 ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ” ที่รัฐบาลจะเทหมดหน้าตักเพื่อส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาอย่างเต็มสูบ โดยหมุดหมายสำคัญนี้จะเริ่มต้นบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมเวียดนามถึงต้องเร่งเครื่องขนาดนี้?

หากเรามองไปที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าประเทศที่จะอยู่รอดและเป็นผู้นำในอนาคต คือประเทศที่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เวียดนามมองเห็นโอกาสนี้อย่างชัดเจน การขยับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่เป็นการ "วางรากฐานใหม่" ให้กับประเทศ

ในบรรดา 70 เทคโนโลยีที่ได้รับการส่งเสริม ไฮไลท์สำคัญตกไปอยู่ที่กลุ่มเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Deep Tech) ที่เราคุ้นหูกันดี ตั้งแต่ระบบ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), ไปจนถึง เทคโนโลยีควอนตัม และ บล็อกเชน แต่อีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมคือ เวียดนามไม่ได้มองแค่เรื่องของความล้ำสมัยทางธุรกิจเท่านั้น ทว่าพวกเขายังให้ความสำคัญกับ "ความยั่งยืนและความปลอดภัยของประชาชน" ด้วยการบรรจุเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงานยุคใหม่ รวมถึงระบบ AI ที่ใช้สำหรับเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติแบบเรียลไทม์เข้ามาในแผนนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในฝั่งของผลิตภัณฑ์ขั้นสูงอีก 100 รายการที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันครับ เพราะครอบคลุมตั้งแต่ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะ อากาศยานไร้คนขับ (Drones) ยานยนต์พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงนวัตกรรมขั้นสูงในฝั่งการแพทย์และเกษตรกรรม อย่างชีวเภสัชภัณฑ์ และวัคซีนรุ่นใหม่

การเดินเกมของเวียดนามในครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังนักลงทุนทั่วโลกว่า "เวียดนามพร้อมแล้วที่จะเป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่ของอาเซียน" การมีกฎหมายและนโยบายรองรับที่ชัดเจนแบบนี้ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) และกลุ่มคนระดับมันสมอง (Talent) ให้หลั่งไหลเข้ามาในประเทศอย่างมหาศาล

นี่คือบทเรียนราคาแพงและเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ว่าในวันที่เสือตัวนี้กำลังติดปีกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง... เราเตรียมความพร้อมรับมือและก้าวไปข้างหน้าอย่างไรดี?