บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

19 มีนาคม 2569
พายุที่เริ่มจากตะวันออกกลาง... แต่พัดมาถึงปากท้องคนไทย
"พายุที่เริ่มจากตะวันออกกลาง... แต่พัดมาถึงปากท้องคนไทย"
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมอยากชวนทุกคนมาส่องภาพรวมเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะอยู่ไกลตัว แต่ความจริงแล้วใกล้ตัวกว่าที่คิดครับ หากเรามองไปที่ภูมิภาคตะวันออกกลางในขณะนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปะทุขึ้นในช่วงต้นปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความมั่นคงในระดับโลกเท่านั้น แต่มันกำลังกลายเป็น "พายุเศรษฐกิจ" ลูกใหญ่ที่พัดมาถึงบ้านเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
🚢 จุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตา: "ช่องแคบฮอร์มุซ"ทำไมความขัดแย้งครั้งนี้ถึงดูรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ? คำตอบสำคัญอยู่ที่ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ครับ เส้นทางน้ำเล็กๆ นี้คือเส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก เพราะเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 1 ใน 3 ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก เมื่อมีความเสี่ยงว่าจะถูกปิดหรือขัดขวางการเดินเรือ ผลที่ตามมาคือราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลล่าสุดในเดือนมีนาคม 2569 ขยับขึ้นไปแตะระดับ $128$ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับที่สร้างความกดดันให้กับประเทศที่นำเข้าพลังงานอย่างประเทศไทยเป็นอย่างมาก
📉 ผลกระทบต่อ GDP และอัตราเงินเฟ้อ
จากข้อมูลของวิจัยกรุงศรีและปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ประเมินว่าหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น เราอาจเห็น GDP ของไทยลดลงจากคาดการณ์เดิมได้ตั้งแต่ 0.2% ไปจนถึงเกือบ 1% เลยทีเดียวครับ
สิ่งที่น่ากังวลตามมาคือ "เงินเฟ้อ" เมื่อต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคย่อมขยับตาม หากภาครัฐไม่สามารถเข้ามาอุดหนุนราคาได้ทันท่วงที เราอาจเห็นเงินเฟ้อดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ 3.0-4.5% ซึ่งหมายถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้นในขณะที่รายได้เท่าเดิม
🏭 ใครคือ "กลุ่มเปราะบาง" ในสมรภูมินี้?
หากจะจำแนกอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เราสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ครับ:
- กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี: โรงกลั่นและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติกำลังเผชิญกับความเสี่ยงเรื่องวัตถุดิบ (Feedstock) ที่ขาดแคลน โดยเฉพาะ LNG ที่ไทยเรานำเข้าจากโซนนี้ถึง 25%
- กลุ่มเกษตรกรรม: นี่คือส่วนที่หลายคนมองข้ามครับ ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 3 เมื่อต้นทุนปุ๋ยแพงขึ้น ต้นทุนของเกษตรกรไทยก็สูงขึ้นตามไปด้วย
- กลุ่มขนส่งและท่องเที่ยว: ราคาน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันเรือที่พุ่งสูง รวมถึงการปิดน่านฟ้า ย่อมทำให้ภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวต้องสะดุดลง
💡 ทางรอดและการปรับตัว
ในฐานะที่เราเป็น "ผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ" (Net Energy Importer) เราคงไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมความพร้อมครับ
- ธุรกิจ: ควรเร่งประเมินห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และมองหาแหล่งนำเข้าสำรองนอกเหนือจากตะวันออกกลาง
- บุคคล: วางแผนการเงินเพื่อรับมือกับราคาสินค้าที่จะปรับตัวสูงขึ้น และติดตามสถานการณ์อย่างมีสติ
แม้ท้องฟ้าในตอนนี้จะดูมืดครึ้มด้วยเมฆหมอกของความขัดแย้ง แต่หากเราเข้าใจต้นสายปลายเหตุและเตรียมตัวรับมืออย่างรอบคอบ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาครับ

