บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

18 กุมภาพันธ์ 2569
CENTEL x OR: เมื่อยักษ์โรงแรมจับมือเจ้าพ่อปั๊ม ปั้น Budget Hotel บุกทั่วไทย!
CENTEL x OR: เมื่อยักษ์โรงแรมจับมือเจ้าพ่อปั๊ม ปั้น Budget Hotel บุกทั่วไทย!
ถ้าพูดถึงชื่อ CENTEL (โรงแรมเซ็นทารา) เรามักจะนึกถึงความหรูหราริมหาด หรือถ้าพูดถึง OR (ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก) เราก็คงนึกถึง Café Amazon เป็นจุดแวะพักหลัก แต่ล่าสุดเกิดดีลที่น่าจับตามองมาก เมื่อบอร์ด CENTEL มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ OR โดย CENTEL ถือหุ้น 51% และ OR ถือ 49% ด้วยงบลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 360 ล้านบาท
คำถามคือ... สองยักษ์ใหญ่เขามาจอยกันทำไม? และในฐานะนักลงทุน เราจะเห็นอะไรจากดีลนี้บ้าง? วันนี้เราจะมาเจาะลึกให้อ่านกันแบบเป็นกันเองครับ
ทำไมต้อง Budget Hotel? กลยุทธ์ที่มากกว่าแค่ที่พัก
การที่ CENTEL ลงมาเล่นในตลาด Budget Hotel ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่เป็นการเติมเต็ม "จิ๊กซอว์" ที่ขาดหายไป ข้อมูลเสริมที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันเทรนด์การท่องเที่ยวแบบ "Micro-cation" หรือการเที่ยวใกล้ๆ สั้นๆ และการเดินทางเพื่อทำงาน (Business Travel) ในจังหวัดรองกำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก
การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่: ปกติเซ็นทาราจะเน้นกลุ่ม Mid-scale ไปจนถึง Luxury แต่การมีโรงแรมราคาประหยัดจะช่วยดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือพนักงานบริษัทที่ต้องการที่พักสะอาด ปลอดภัย ในราคาที่จับต้องได้
พลังแห่งเครือข่ายของ OR: OR มีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศมากกว่า 2,000 แห่ง ซึ่งหลายแห่งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ การนำโรงแรมไปตั้งอยู่ในพื้นที่ของ OR จึงเป็นการใช้ Asset ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ส่องตัวเลข: ดีลนี้ทำกำไรให้ CENTEL เท่าไหร่?
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดีลร่วมทุนนี้จะสร้างกำไรให้ CENTEL ได้ราว 14 ล้านบาท โดยคำนวณจากสมมติฐานที่น่าสนใจ:
- อัตราการเข้าพัก (Occ. Rate) ที่ 80%
- ราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) 1,000 บาท
- จำนวนโรงแรม 6 แห่ง (เฉลี่ยแห่งละ 80 ห้อง)
- อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ที่ 20%
แม้ตัวเลข 14 ล้านบาทจะดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับฐานกำไรสุทธิปี 2026E ที่ 2.1 พันล้านบาท (คิดเป็น 0.7%)
แต่ในแง่ของ "Strategic Move" นี่คือก้าวสำคัญในการขยายฐานรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ครับ
วิเคราะห์อนาคตปี 2026: กำไรโตเด่นสุดในกลุ่มท่องเที่ยว!
หากมองภาพรวมทั้งปี 2026 คาดว่ากำไรปกติของ CENTEL จะอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เติบโตแรงถึง +17% YoY ซึ่งถือว่าเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มโรงแรม โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลักๆ คือ: มัลดีฟส์ฟื้นตัว คาดว่าผลขาดทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยขาดทุนหนักในปี 2025 จะเหลือเพียงประมาณ -100 ล้านบาทในปี 2026 ช่วง Peak Season: ในไตรมาส 1/2026 คาดว่ากำไรจะโตต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยวของไทยและมัลดีฟส์ โดยตัวเลข RevPAR (รายได้ต่อห้องพัก) ยังโตได้สวยที่ +10-15%
ธุรกิจอาหารเริ่มฟื้น: ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในเดือน ม.ค. 26 กลับมาเป็นบวกที่ +3% (เทียบกับช่วงปลายปีที่แล้วที่ติดลบ) แถมยังมีดีลที่น่าติดตามอย่างการลงทุนใน Lucky Suki และ Lucky BBQ ที่ยังไม่ได้รวมเข้ามาในประมาณการนี้ด้วย!
ความท้าทายที่ต้องจับตา
ในไตรมาส 2/2026 CENTEL มีแผนเปิดโรงแรมแห่งที่ 2 ในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น แม้คาดว่าช่วงปีแรกอาจยังมีผลขาดทุนตามสไตล์การเปิดโรงแรมใหม่ แต่ข่าวดีคือบริษัทไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจาก Café Amazon ในเวียดนาม อีกต่อไป ซึ่งจะช่วยชดเชยกันได้พอดี
สรุป: ก้าวที่สมดุลระหว่าง "โรงแรม" และ "ร้านอาหาร"
ดีล CENTEL x OR ครั้งนี้ คือการสร้าง Ecosystem ของการเดินทางให้ครบวงจร ตั้งแต่เติมน้ำมัน จิบกาแฟ ไปจนถึงนอนพักค้างคืน เมื่อรวมกับทิศทางการฟื้นตัวของธุรกิจหลักในต่างประเทศ และการรุกตลาดบุฟเฟต์ที่กำลังมาแรง ทำให้ CENTEL เป็นหุ้นที่น่าจับตามองที่สุดตัวหนึ่งในปีนี้ครับ

