บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

"เช็กด่วนก่อนสาย! สัญญาณอันตรายตลาดหุ้นกู้ไทย เมื่อยักษ์ใหญ่เริ่มผิดนัดชำระหนี้"

22 เมษายน 2569

"เช็กด่วนก่อนสาย! สัญญาณอันตรายตลาดหุ้นกู้ไทย เมื่อยักษ์ใหญ่เริ่มผิดนัดชำระหนี้"

"เช็กด่วนก่อนสาย! สัญญาณอันตรายตลาดหุ้นกู้ไทย เมื่อยักษ์ใหญ่เริ่มผิดนัดชำระหนี้"

ถ้าจะพูดถึงบรรยากาศการลงทุนในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา หลายคนคงรู้สึกเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะที่ทางลงค่อนข้างชันนะครับ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในกระดานหุ้นเท่านั้น แต่ "ตลาดตราสารหนี้" หรือ "หุ้นกู้" ที่หลายคนมองว่าเป็นหลุมหลบภัยที่ปลอดภัย กลับเริ่มมีคลื่นลมแรงจนน่าจับตามอง

  • 🌍 เมื่อโลกขยับ ตลาดไทยก็สะเทือน

ปัจจัยแรกที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยคือ "พายุเศรษฐกิจโลก" ครับ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ยากขึ้น บรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยจึงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

แม้ภาพรวมตลาดตราสารหนี้บ้านเราจะยังขยายตัวได้ราว 1.7% (คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 18.2 ล้านล้านบาท) แต่นั่นเป็นการขยายตัวจากฝั่งภาครัฐเป็นหลักครับ ในขณะที่ภาคเอกชนยังทรงตัวอยู่ที่ 4.5 ล้านล้านบาท ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่า กนง. น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้อย่างเหนียวแน่นตลอดทั้งปี

  • 📉 ไตรมาส 1/2569: เมื่อ "ความเชื่อมั่น" เริ่มสั่นคลอน

สิ่งที่น่าตกใจคือ ยอดการออกหุ้นกู้ใหม่ในไตรมาสแรกนี้ลดลงถึง 15.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นกู้เสี่ยงสูง (High Yield) ที่วูบไปกว่า 43.5% สะท้อนให้เห็นว่าทั้งบริษัทผู้ออกหุ้นกู้และนักลงทุนเอง ต่างก็เริ่ม "กังวล" และ "ระวังตัว" มากขึ้น

และที่เป็นข่าวใหญ่คงหนีไม่พ้นกรณี "หุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้" (Default) ซึ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่และบริษัทจดทะเบียน (SET/mai) ถึง 4 รายที่ต้องเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่อง รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 8,976 ล้านบาท แม้ภายหลังจะมีการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้จนยอดสุทธิลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4,352 ล้านบาท แต่ก็นับเป็นสัญญาณเตือนที่ดังพอสมควรครับ

รายชื่อบริษัทที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหู ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้จากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง GRAND หรือหุ้นไอที/เทคโนโลยีอย่าง SABUY และบริษัทอื่นๆ อย่าง ECF ต่างก็สะท้อนภาพความเหนื่อยล้าของธุรกิจในสภาวะที่ต้นทุนทางการเงินยังสูงลิ่ว

  • 🔭 มองไปข้างหน้า: 2.7 หมื่นล้านที่ต้องจับตา!

ภารกิจหลังจากนี้ยังไม่จบนะครับ เพราะในอีก 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2569 ยังมีหุ้นกู้ที่จ่อคิวจะครบกำหนดอายุอีกมหาศาล รวมมูลค่ากว่า 6.8 แสนล้านบาท!

สิ่งที่นักลงทุนอย่างเราต้อง "ทำการบ้าน" หนักเป็นพิเศษคือกลุ่ม Non-rated หรือหุ้นกู้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีมูลค่ารอจ่ายสูงถึง 27,898 ล้านบาท หากบริษัทเหล่านี้ไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ (Roll-over ไม่ผ่าน) เราอาจจะเห็นภาพการผิดนัดชำระหนี้ที่ขยายวงกว้างขึ้น

  • คำแนะนำส่งท้ายสำหรับนักลงทุน

ในวันที่ตลาดไม่แน่นอน "ความรู้" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ

  1. 1. อย่าดูแค่ดอกเบี้ยสูง: หุ้นกู้ที่ให้ดอกเบี้ยสูงมักมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงตาม (High Risk, High Return)
  2. 2. เช็กอันดับ Credit Rating: พยายามเน้นกลุ่ม Investment Grade (BBB- ขึ้นไป) เพื่อความอุ่นใจ
  3. 3. กระจายความเสี่ยง: ไม่ควรลงเงินทั้งหมดไว้ในหุ้นกู้ตัวเดียว หรืออุตสาหกรรมเดียว

สุดท้ายนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความไม่รู้นั้นเสี่ยงกว่า ขอให้ทุกท่านมีสติและโชคดีในการลงทุนนะครับ