บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

อยากมีเงินเข้าบัญชีเดือนละ 10,000 บาทจากหุ้นปันผล ต้องเริ่มต้นอย่างไร

29 มิถุนายน 2569

อยากมีเงินเข้าบัญชีเดือนละ 10,000 บาทจากหุ้นปันผล ต้องเริ่มต้นอย่างไร

อยากมีเงินเข้าบัญชีเดือนละ 10,000 บาทจากหุ้นปันผล ต้องเริ่มต้นอย่างไร?

หลายคนเริ่มต้นลงทุนด้วยความหวังว่า “สักวันหนึ่งอยากมีรายได้จากเงินปันผล” เพราะเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นแม้ในวันที่เราไม่ได้ทำงาน

ลองจินตนาการดูว่า ทุกปีมีเงินปันผลโอนเข้าบัญชีหลักแสนบาท โดยที่เราไม่ต้องขายหุ้นออกไปเลย

คำถามสำคัญคือ...

ถ้าต้องการรายได้เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท หรือปีละ 120,000 บาท เราต้องถือหุ้นมากแค่ไหน?

หนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนสายปันผลรู้จักกันดีคือหุ้นธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ของประเทศไทย มีประวัติการดำเนินธุรกิจยาวนาน และจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องมายาวนานหลายปี

จากข้อมูลการจ่ายปันผลล่าสุด BBL จ่ายเงินปันผลรวมประมาณ 10 บาทต่อหุ้นต่อปี และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 5-6% ต่อปี ขึ้นอยู่กับราคาหุ้นในแต่ละช่วงเวลา

หากตั้งเป้าหมายรายได้จากปันผลปีละ 120,000 บาท

เราสามารถคำนวณง่าย ๆ ได้ดังนี้

120,000 ÷ 10 บาทต่อหุ้น

เท่ากับต้องถือหุ้นประมาณ 12,000 หุ้น

หากราคาหุ้น BBL อยู่บริเวณ 170-175 บาทต่อหุ้น เงินลงทุนที่ต้องใช้จะอยู่ประมาณ 2.0-2.1 ล้านบาท

ตัวเลขนี้อาจดูสูงสำหรับหลายคน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “วิธีคิด”

เพราะเป้าหมายการสร้างกระแสเงินสดจากหุ้นปันผลไม่ได้เกิดขึ้นจากการลงทุนก้อนใหญ่ในวันเดียว

นักลงทุนจำนวนมากค่อย ๆ สะสมหุ้นทีละน้อย ผ่านการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และนำเงินปันผลที่ได้รับกลับมาลงทุนต่อ

นี่คือพลังของการทบต้น (Compounding Effect)

ยิ่งเวลาผ่านไป เงินปันผลที่ได้รับจะกลายเป็นเครื่องจักรสร้างเงินก้อนใหม่ให้กับพอร์ตการลงทุน

ในต่างประเทศ นักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เพราะรายได้ที่เกิดขึ้นทุกปีช่วยลดความกังวลเรื่องความผันผวนของราคาในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นปันผลไม่ใช่การเลือกหุ้นที่ Dividend Yield สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน ได้แก่

    • ความแข็งแกร่งของธุรกิจ

    • ความสามารถในการทำกำไรระยะยาว

    • กระแสเงินสดของบริษัท

    • ระดับหนี้สิน

    • แนวโน้มการเติบโตในอนาคต

เพราะหุ้นที่จ่ายปันผลสูงในวันนี้ อาจไม่สามารถรักษาระดับปันผลเดิมได้ในอนาคต หากผลประกอบการเริ่มอ่อนแอลง

สำหรับ BBL หลายสำนักวิเคราะห์ยังมองว่าหุ้นมีจุดเด่นด้านฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนเงินกองทุนสูง และมี Dividend Yield อยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดไทย

แต่สิ่งที่นักลงทุนควรถามตัวเองมากกว่าคือ

"เรากำลังซื้อหุ้นเพราะอยากได้ปันผลเพียงอย่างเดียว หรือกำลังซื้อธุรกิจที่สามารถสร้างปันผลให้เราได้อีก 10-20 ปีข้างหน้า"

เพราะสุดท้ายแล้ว การสร้างรายได้จากหุ้นปันผลไม่ใช่การแข่งขันว่าใครได้ Yield สูงที่สุดในปีนี้

แต่เป็นการสร้างเครื่องจักรทางการเงินที่ทำงานแทนเราได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

และนั่นคือเหตุผลที่นักลงทุนคุณค่าจำนวนมากให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของธุรกิจ" มากกว่าตัวเลขปันผลเพียงปีเดียว


https://csisociety.com/course-live/ggs2026GGS ปี 2.webp