บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

"3 แสนล้านจะช่วยเราได้แค่ไหน? วิเคราะห์มติ กนง. ครั้งสำคัญท่ามกลางความผันผวนระดับโลก"

29 เมษายน 2569

"3 แสนล้านจะช่วยเราได้แค่ไหน? วิเคราะห์มติ กนง. ครั้งสำคัญท่ามกลางความผันผวนระดับโลก"

"3 แสนล้านจะช่วยเราได้แค่ไหน? วิเคราะห์มติ กนง. ครั้งสำคัญท่ามกลางความผันผวนระดับโลก" 

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมช่วงนี้เดินไปทางไหนก็รู้สึกว่า "เงินในกระเป๋ามันเล็กลง" ทั้งที่พยายามประหยัดแล้ว? วันนี้ผมจะชวนมานั่งจิบกาแฟแล้วฟังเรื่องราวจากห้องประชุมสำคัญที่ตัดสินใจอนาคตการเงินของพวกเรา นั่นคือการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ครั้งล่าสุดครับ 

ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดูจะยืดเยื้อกว่าที่คิด และเส้นทางการค้าที่ "ช่องแคบฮอร์มุซ" (จุดยุทธศาสตร์สำคัญของน้ำมันโลก) กำลังเผชิญความเสี่ยง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ไกลตัวเราเลยครับ เพราะมันส่งผลตรงมาที่ "ต้นทุน" ของทุกอย่างที่เราใช้ ตั้งแต่ค่าน้ำมันไปจนถึงราคาอาหาร 

ล่าสุด กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 เสียง ให้ "คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1%" ครับ คำถามคือ ทำไมไม่ลดเพื่อให้คนกู้เงินง่ายขึ้น? หรือทำไมไม่ขึ้นเพื่อสู้เงินเฟ้อ? คำตอบคือตอนนี้เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกครับ การขึ้นหรือลงดอกเบี้ยตอนนี้มี "ต้นทุน" ทั้งคู่ กนง. จึงเลือกที่จะ "นิ่ง" เพื่อรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนที่สุด 

ตอนนี้เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งครับว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจโตช้าลงเหลือเพียง 1.5% เท่านั้น (จากเดิมที่เคยหวังไว้สูงกว่านี้) สาเหตุหลักมาจาก "ค่าครองชีพ" ที่พุ่งสูงขึ้นบีบคั้นการใช้จ่ายของพวกเรา แถมรายได้ก็ไม่ได้โตตามทัน ส่วนเงินเฟ้อนั้น กนง. คาดว่าบางช่วงอาจจะพุ่งทะลุ 3% ซึ่งเป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 

แต่ในความท้าทายก็ยังมีแสงสว่างครับ! มีการประเมินว่าหากรัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินประมาณ 300,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น โครงการคนละครึ่ง หรือการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เม็ดเงินก้อนนี้อาจช่วยดัน GDP ปีนี้ให้โตเพิ่มขึ้นได้อีก 0.5-0.7% เลยทีเดียว ซึ่งจะช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจของเศรษฐกิจไทยให้กลับมาสูบฉีดได้ดีขึ้น 

สำหรับใครที่วางแผนทำธุรกิจหรือกู้ยืมเงิน สิ่งที่ต้องติดตามในปีหน้าคือ "ราคาน้ำมันดิบดูไบ" ที่คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ฯ ในปีนี้ และอาจลดลงเหลือ 80 ดอลลาร์ฯ ในปีหน้า รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตั้งเป้าไว้สูงถึง 33-35 ล้านคน ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการพยุงเศรษฐกิจไทย 

สุดท้ายนี้ กนง. ฝากสัญญาณถึงเราว่า "ยังไม่ปิดประตูการเปลี่ยนแปลง" ในอนาคตครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าระหว่าง "เงินเฟ้อ" กับ "เศรษฐกิจที่ซบเซา" อะไรจะน่ากลัวกว่ากัน สิ่งที่พวกเราทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ การบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างระมัดระวัง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดครับ