บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

เจาะลึกศึก Virtual Bank: ทำไม CPALL ถึงยอมเสีย 'เคาน์เตอร์เซอร์วิส - ไทยสมาร์ทคาร์ด - CPAXT' ให้กลุ่มธุรกิจใหม่ไม่ได้?

20 เมษายน 2569

เจาะลึกศึก Virtual Bank: ทำไม CPALL ถึงยอมเสีย 'เคาน์เตอร์เซอร์วิส - ไทยสมาร์ทคาร์ด - CPAXT' ให้กลุ่มธุรกิจใหม่ไม่ได้?

"เจาะลึกศึก Virtual Bank: ทำไม CPALL ถึงยอมเสีย 'เคาน์เตอร์เซอร์วิส - ไทยสมาร์ทคาร์ด - CPAXT' ให้กลุ่มธุรกิจใหม่ไม่ได้?"

ถ้าพูดถึงร้าน 7-Eleven เราคงไม่ได้นึกถึงแค่ที่ซื้อข้าวกล่องหรือน้ำดื่มใช่ไหมครับ? แต่เรานึกถึงที่ที่เราเดินไปจ่ายบิลได้ทุกเวลา หรือที่ที่เราได้ส่วนลดจากการสะสมแต้มผ่านบัตรสมาชิก ความสะดวกสบายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เกิดจาก "ฟันเฟือง" สำคัญที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบมาโดยตลอด

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ในห้องประชุมคณะกรรมการของ CPALL ครับ มีการเสนอแผนการ "ปรับโครงสร้าง" ครั้งใหญ่ โดยทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) มีความตั้งใจจะปั้นธุรกิจใหม่ที่ชื่อว่า Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขา ภายใต้ชื่อ "เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง" (ACMH)

แผนการคือ การดึงตัว บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และยักษ์ใหญ่อย่าง CPAXT (แม็คโคร-โลตัส) ออกจากอ้อมกอดของ CPALL เพื่อไปรวมเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินใหม่นี้ แต่เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างนั้นครับ เมื่อ "กรรมการอิสระ" และ "คณะกรรมการตรวจสอบ" ของ CPALL ได้ออกมาประสานเสียงว่า "ไม่เห็นด้วย"

ทำไมบอร์ดบริหารชุดนี้ถึงยอมปล่อย 3 บริษัทนี้ไปไม่ได้? เหตุผลนั้นลึกซึ้งและน่าสนใจมากครับ:

  • พวกเขาคือลมหายใจของ Ecosystem: ลองคิดดูครับว่าถ้า 7-Eleven ไม่มีเคาน์เตอร์เซอร์วิส ความเป็น "ศูนย์กลางของชุมชน" จะลดลงไปขนาดไหน กรรมการมองว่าบริษัทเหล่านี้คือกลไกหลักที่ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันและดึงคนเข้าร้าน การแยกตัวออกไปอาจทำให้เสน่ห์และความคล่องตัวเดิมสูญหายไป
  • กรงขังทางกฎหมายที่เข้มงวด: เมื่อธุรกิจเหล่านี้เปลี่ยนสถานะไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทันที กฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนและเคร่งครัดอาจกลายเป็นโซ่ตรวนที่ทำให้การขยับตัวทำธุรกิจแบบเดิมทำได้ยากขึ้น
  • ความโปร่งใสและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น: ในฐานะบริษัทมหาชน การทำรายการกับบริษัทในเครือ (Related Party Transaction) ต้องมีความชัดเจนที่สุด บอร์ดกังวลเรื่อง "ความเป็นกลาง" และผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย หากเงื่อนไขในดีลนี้ไม่จูงใจพอ

หากเรากางงบการเงินดู จะพบว่า 3 บริษัทนี้คือ "แม่ไก่ทองคำ" ครับ อย่างเคาน์เตอร์เซอร์วิสและไทยสมาร์ทคาร์ด ทำกำไรรวมกันเกือบ 1,100 ล้านบาทต่อปี ส่วน CPAXT นั้นยิ่งใหญ่กว่ามาก เพราะสร้างกำไรให้กลุ่ม CPALL ได้เกือบ 20% ของกำไรทั้งหมด การส่งมอบสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลเช่นนี้ในรูปแบบที่ "ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน" จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องระวังเป็นพิเศษ

ศึกครั้งนี้ยังไม่จบครับ แม้คณะกรรมการจะค้าน แต่ตามระเบียบแล้วเรื่องนี้จะต้องถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม วิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งผู้ถือหุ้นจะเป็น "ศาลตัดสิน" สุดท้ายว่าแผนการนี้จะเดินหน้าต่อหรือหยุดลง

สำหรับเราในฐานะผู้สังเกตการณ์ หรือนักลงทุน นี่คือบทเรียนธุรกิจที่น่าสนใจเรื่องการบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) และการรักษาอำนาจต่อรองใน Ecosystem ของตัวเองครับ

ในภาพรวม CPALL ยังคงเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีลักษณะเป็นเกราะกำบังในยามเศรษฐกิจผันผวน (Defensive Stock) แม้จะมีข่าวเรื่องการปรับโครงสร้างมากระทบความเชื่อมั่นบ้างในระยะสั้น แต่ด้วยพื้นฐานการเติบโตของกำไรที่ยังคาดการณ์ไว้ที่ 9% ต่อปี ก็ยังทำให้หุ้นตัวนี้เป็นที่หมายปองของใครหลายคนเมื่อราคาอ่อนตัวลงครับ