บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

16 เมษายน 2569
"งบแบงก์ Q1/69: KTB กำไรพุ่งแรงสุด! จับตา NPL และทิศทางปันผลที่นักลงทุนห้ามพลาด"
"งบแบงก์ Q1/69: KTB กำไรพุ่งแรงสุด! จับตา NPL และทิศทางปันผลที่นักลงทุนห้ามพลาด"
หลังจากที่เราได้พักผ่อนและเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์กันอย่างชุ่มฉ่ำไปแล้ว ในโลกของการเงินและตลาดหุ้นไทยก็มี "ศึกใหญ่" ที่รอให้เราเข้าไปติดตามทันทีครับ นั่นคือการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งถือเป็น "กระดูกสันหลัง" ของเศรษฐกิจไทยที่สะท้อนให้เห็นว่า กำลังซื้อและภาพรวมธุรกิจของบ้านเรากำลังเดินไปในทิศทางไหน
เปิดฉาก Q1/69: การฟื้นตัวท่ามกลางลมต้าน หากจะให้นิยามภาพรวมของกลุ่มแบงก์ในช่วงต้นปีนี้ คำว่า "ทรงตัวแต่โตในรายละเอียด" ดูจะเหมาะสมที่สุดครับ นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองตรงกันว่า กำไรสุทธิรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 5.1 - 5.7 หมื่นล้านบาท แม้ตัวเลขจะดูเหมือนลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ถ้าเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นถึง 12.5% เลยทีเดียวครับ
ใครคือ "ดาวเด่น" ประจำซีซั่นนี้? ท่ามกลางความท้าทาย มีธนาคารที่ถูกจับตามองว่า "ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม" แม้ต้องเจอแรงกดดันรอบด้านครับ:
- KTB (ธนาคารกรุงไทย): ถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่กำไรโตเด่นที่สุด ทั้งในแง่ของฐานรายได้และกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง คาดการณ์ว่ากำไรอาจพุ่งแตะ 1.1 หมื่นล้านบาท
- TISCO: พี่ใหญ่ในกลุ่มเช่าซื้อที่ยังคงรักษามาตรฐานความสม่ำเสมอไว้ได้อย่างดีเยี่ยม คาดว่าจะเห็นการเติบโตแบบเขียวทั้งกระดานทั้งรายปีและรายไตรมาสครับ
- KBANK: แม้กำไรรายปีอาจจะดูย่อลงบ้าง แต่ในเชิงรายไตรมาสถือว่าฟื้นตัวแรงมาก จนนักวิเคราะห์ยกให้เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นที่น่าสะสม
เมฆหมอกที่ยังต้องระวัง: ต้นทุนพลังงานและหนี้เสีย แน่นอนว่าทางเดินนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบครับ สิ่งที่นักลงทุนต้องทำการบ้านเพิ่มคือ "ปัจจัยภายนอก" โดยเฉพาะราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ เมื่อของแพงขึ้น ความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนบางส่วนอาจลดลง ทำให้หลายธนาคารต้องใช้กลยุทธ์ "ตั้งการ์ดสูง" ด้วยการเพิ่มเงินสำรอง (ECL) เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง
ทำไมหุ้นแบงก์ยังน่าสนใจ? แม้เศรษฐกิจจะดูเหมือนเดินช้าลงบ้าง แต่เสน่ห์ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ "ปันผล (Dividend Yield)" ครับ ปัจจุบันกลุ่มนี้ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 6.4% บางแบงก์ที่โดดเด่นอาจให้ผลตอบแทนรวมสูงกว่า 10% เลยทีเดียว ซึ่งเหมาะมากสำหรับใครที่มองหาที่พักเงินท่ามกลางความผันผวนของตลาด
บทสรุปและมุมมองสู่อนาคต ไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเป็น "บทพิสูจน์จริง" ของภาคธนาคารครับ หากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเริ่มเห็นผล และการเบิกจ่ายงบประมาณทำได้รวดเร็ว เราอาจได้เห็นพอร์ตสินเชื่อธุรกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง
สำหรับนักลงทุน การเลือกหุ้นที่มี "งบดุลแข็งแกร่ง" และ "ความเสี่ยงสินเชื่อต่ำ" อย่าง BBL หรือหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่าง KBANK และ KTB ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจภายใต้น้ำหนักการลงทุนแบบ "Neutral" หรือเท่ากับตลาดครับ
สุดท้ายนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงการคาดการณ์จากมุมมองนักวิเคราะห์เท่านั้น อย่าลืมศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ!

