บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

SET Index ลุ้นปีนี้แตะ 1,500 จุด!

13 กุมภาพันธ์ 2569

SET Index ลุ้นปีนี้แตะ 1,500 จุด!

SET Index ลุ้นปีนี้แตะ 1,500 จุด! 

หลังจากที่ตลาดหุ้นไทย (SET Index) วิ่งแรงรับกระแสความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง จนทำเอาหลายคนมองว่า “ตกรถ” หรือเปล่า? วันนี้เรามีข่าวดีมาฝากครับ เพราะกูรูหลายสำนักมองตรงกันว่า เป้าหมาย 1,500 จุดในปีนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และที่สำคัญคือยังมี “หุ้นดีราคาถูก” ที่ราคายังตามหลังตลาด (Laggard) ให้เราได้เลือกสะสมกัน

ส่องกล้องมองตลาด: 1,400 จุดคือฐานที่มั่นสำคัญ

สถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ดัชนีมีการแกว่งตัวพักฐานบ้างตามกลไกตลาด โดยประเมินกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,400–1,410 จุด ซึ่งถือเป็นจุดวัดใจที่สำคัญ หากยืนระยะได้ แนวต้านถัดไปที่ 1,420–1,430 จุด ก็อยู่แค่เอื้อม

ทำไมถึงต้องลุ้นไปต่อ?

  • Fund Flow ไหลเข้า: เม็ดเงินต่างชาติยังคงไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังเห็นความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
  • เสถียรภาพทางการเมือง: ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาสูงขึ้น มาร์เก็ตแคปรวมของตลาดหุ้นไทยพุ่งกลับมาแตะระดับ 18.2 ล้านล้านบาท แซงหน้าตลาดตราสารหนี้ไปเรียบร้อย
  • หุ้นใหญ่พักตัว หุ้นรองเตรียมวิ่ง: เมื่อหุ้นกลุ่ม Big Cap เริ่มตึงตัว เงินลงทุนมักจะหมุน (Rotate) มายังหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดนั่นเอง

เปิดโพย 3 หุ้น Laggard พิมพ์นิยม

คุณกรภัทร วรเชษฐ์ จาก บล.กรุงศรี ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่าภายใน 3 เดือนข้างหน้า มีหุ้น 3 ตัวที่พื้นฐานแข็งแกร่งและยังมี Upside ให้ลุ้นต่อ ได้แก่:

  • CPALL (ซีพี ออลล์): พี่ใหญ่กลุ่มค้าปลีกที่ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากการจับจ่ายใช้สอยที่ฟื้นตัวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่
  • CPAXT (ซีพี แอ็กซ์ตร้า): หลังจากการควบบริษัททำให้โครงสร้างแกร่งขึ้น และยังคงเป็นหุ้นที่ราคายังไม่สะท้อนกำไรที่แท้จริงออกมาทั้งหมด
  • BDMS (กรุงเทพดุสิตเวชการ): หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ปลอดภัย (Defensive) และได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่กลับมาใช้บริการอย่างคึกคัก

ข้อมูลเสริมจากกูรู: อย่ามองข้าม "หุ้นแถวสอง"

จากการวิเคราะห์เพิ่มเติมของหลายโบรกเกอร์ (เช่น บล.พาย และ บล.ฟินันเซีย) แนะนำว่าหาก SET Index เริ่มมีค่า P/E ที่สูงขึ้นจนหุ้นใหญ่เริ่ม "แพง" นักลงทุนควรเปลี่ยนมามอง หุ้น Laggard ในกลุ่มอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น:

  • กลุ่มโรงไฟฟ้า & สายการบิน: ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบโลกที่เริ่มปรับตัวลดลง (Anti-Oil)
  • กลุ่มท่องเที่ยว: เช่น MINT หรือ CENTEL ที่ราคายังพอมีช่องว่างให้ขยับตามกระแสการท่องเที่ยวช่วงต้นปี

สรุปกลยุทธ์สำหรับนักลงทุน

ในวันที่ตลาดมีความผันผวนแต่เทรนด์ใหญ่ยังเป็นขาขึ้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ “Selective Buy” หรือการเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่พื้นฐานดีแต่ราคายังขึ้นมาไม่เยอะ โดยเน้นไปที่หุ้นที่มีกำไรเติบโตชัดเจนในปี 2569 นี้

คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นการรวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนให้ลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยความระมัดระวังครับ

อ้างอิงข้อมูล : https://www.kaohoon.com/news/812805


https://csisociety.com/course-live/csi26

20260202_s_eEKTj94G6e.webp