บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

6 มีนาคม 2569
ตลท.-ก.ล.ต.-BOI ผนึกยักษ์เอกชน ปูพรม 'เศรษฐกิจสีเขียว' ทั่วไทย
เมื่อยักษ์ใหญ่จับมือกัน: พลัง ESG และสิทธิประโยชน์ภาษีที่ "ธุรกิจได้ ชุมชนยิ้ม"
ในยุคที่โลกหมุนด้วยคำว่า "ความยั่งยืน" การทำธุรกิจหวังเพียงผลกำไรอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ล่าสุดเราได้เห็นภาพความร่วมมือครั้งสำคัญในงาน “สานพลังเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานรากสู่ความยั่งยืน ปีที่ 3” ที่เป็นการรวมตัวกันของหน่วยงานระดับประเทศอย่าง ตลท.-ก.ล.ต.-BOI และภาคเอกชน เพื่อประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างเต็มสูบ โดยมี "เศรษฐกิจสีเขียว" เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ไม่ใช่แค่ทำดี...แต่คือ "กลไกทางธุรกิจ" ยุคใหม่
หากใครคิดว่าเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นแค่การทำ CSR แบบเดิมๆ คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ครับ เพราะวันนี้หน่วยงานหลักของไทยกำลังเปลี่ยนให้ ESG กลายเป็น "เครื่องมือสร้างความได้เปรียบ"
- ตลท. (SET): กำลังปูทางสู่ SETCarbon แพลตฟอร์มที่จะช่วยให้บริษัทไทยรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกได้ง่ายขึ้น พร้อมรองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังจะมาถึง
- ก.ล.ต.: มุ่งเป้าไปที่ Sustainable Finance ป้องกันการ "ฟอกเขียว" (Greenwashing) เพื่อให้เงินลงทุนไหลไปสู่ธุรกิจที่ทำดีจริงๆ และโปร่งใส
- BOI: นี่คือหมัดเด็ดสำหรับผู้ประกอบการ เพราะมี "มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชน" ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบจับต้องได้
- เจาะลึกสิทธิประโยชน์จาก BOI: ลงทุนในชุมชน ได้ลดภาษีสูงสุด 200%!
ไฮไลท์สำคัญที่ผู้ประกอบการห้ามพลาดคือ มาตรการของ BOI ที่สนับสนุนให้บริษัทเอกชนเข้าไปช่วยพัฒนาชุมชน (เช่น การบริหารจัดการน้ำ, เกษตรยั่งยืน, หรือจัดการฝุ่น PM2.5) โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า:
รู้หรือไม่? ตั้งแต่ปี 2566 มีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วกว่า 106 โครงการ ครอบคลุมเกือบ 1,000 ชุมชนทั่วประเทศ ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 3,000 ล้านบาท
ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ: สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาชุมชนตามเงื่อนไข สามารถนำค่าใช้จ่ายไปยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 200% ของเงินลงทุนจริง (แต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด) ซึ่งถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว: ได้ช่วยสังคมฐานรากให้แข็งแรง และได้สิทธิลดหย่อนภาษีไปพร้อมกัน
ทำไมต้องรีบปรับตัวตอนนี้? (Additional Insight)
จากการศึกษาเทรนด์โลกปัจจุบัน มี 2 ปัจจัยหลักที่บีบให้ธุรกิจไทยต้องเดินหน้าเรื่องสีเขียว:
- CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism): มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนของยุโรป ซึ่งจะกระทบผู้ส่งออกไทยโดยตรง หากเราไม่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- Green Loans: ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเริ่มให้ดอกเบี้ยพิเศษ (Internal Carbon Pricing) สำหรับบริษัทที่มีคะแนน ESG สูง หรือมีโครงการลดการปล่อยคาร์บอนชัดเจน
บทสรุป: จาก "ฐานราก" สู่ "ความยั่งยืน"
คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำรัฐบาลแก้ฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องอาศัย Collective Effort หรือพลังร่วมจากทุกคน การที่ธุรกิจหันมาลงทุนในชุมชนผ่านช่องทาง Fast Track ของ BOI จึงเป็นทางลัดที่จะช่วยสร้าง "เศรษฐกิจสีเขียว" ให้เกิดขึ้นจริง
ตลาดทุนไทยในวันนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ที่หมุนเวียนเงิน แต่เป็น "กลไกเปลี่ยนผ่าน" ที่จะพาเราทุกคน ทั้งบริษัทจดทะเบียน พ่อค้าแม่ค้าในชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุลครับ

