บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

20 กรกฎาคม 2569
TSMC เดิมพัน 265,000 ล้านดอลลาร์กับอนาคต AI เมื่อดีมานด์ชิปไม่ได้มาเพียงรอบเดียว
TSMC เดิมพัน 265,000 ล้านดอลลาร์กับอนาคต AI เมื่อดีมานด์ชิปไม่ได้มาเพียงรอบเดียว
ท่ามกลางคำถามว่า “กระแส AI กำลังเติบโตอย่างยั่งยืน หรือเป็นเพียงความคาดหวังที่สูงเกินไป” หนึ่งในบริษัทที่อยู่ใกล้ความต้องการจริงของอุตสาหกรรมมากที่สุดอย่าง TSMC กำลังส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า การเติบโตของ AI อาจไม่ได้จบลงในเวลาเพียงหนึ่งหรือสองปี
TSMC ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ตามสัญญารายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นผู้ผลิตชิปสำคัญให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศเพิ่มเงินลงทุนในรัฐแอริโซนาอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดลงทุนที่วางแผนไว้ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 265,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับความต้องการชิปประมวลผลขั้นสูงและระบบบรรจุชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งบริษัทประเมินว่าเป็นความต้องการเชิงโครงสร้างที่มีโอกาสดำเนินต่อเนื่องหลายปี
ตัวเลขผลประกอบการสะท้อนว่า AI กำลังสร้างรายได้จริง
ความเชื่อมั่นของ TSMC ไม่ได้เกิดจากการคาดการณ์เพียงอย่างเดียว แต่มีผลประกอบการรองรับอย่างชัดเจน
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้ 40,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 67.7% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 60.3% นอกจากนี้ ธุรกิจคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง หรือ HPC ซึ่งครอบคลุมชิปที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลและระบบ AI สร้างรายได้ถึง 66% ของรายได้ทั้งหมดในไตรมาสดังกล่าว
Associated Press รายงานว่า TSMC มีกำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวประมาณ 706,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้น 77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 36% แตะระดับ 1.27 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน บริษัทจึงปรับประมาณการการเติบโตของรายได้ตลอดปี 2569 เป็นมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 30%
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า AI ไม่ได้สร้างเพียงเรื่องราวสำหรับการลงทุน แต่กำลังเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อจริง การใช้กำลังการผลิตจริง และรายได้จริงในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์
ทำไม TSMC ต้องเร่งลงทุนขนาดนี้
การสร้างโรงงานผลิตชิประดับแนวหน้าไม่สามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดหาเครื่องจักร ไปจนถึงการเพิ่มกำลังผลิตในระดับอุตสาหกรรม อาจต้องใช้เวลามากกว่าห้าปี
ดังนั้น การเพิ่มงบลงทุนจึงเป็นการเตรียมกำลังผลิตล่วงหน้าสำหรับแผนผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้พัฒนาชิปเร่งการประมวลผล AI หรือผู้ผลิตหน่วยประมวลผลกลางที่กำลังได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ Agentic AI
TSMC ได้เพิ่มงบลงทุนประจำปี 2569 เป็น 60,000–64,000 ล้านดอลลาร์ โดยประมาณ 70–80% จะถูกใช้กับเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูง และอีกส่วนหนึ่งจะใช้กับระบบบรรจุชิปขั้นสูง การทดสอบ และเทคโนโลยีเฉพาะทาง
แอริโซนากำลังกลายเป็นฐานผลิตชิปสำคัญ
โรงงานแห่งแรกของ TSMC ในรัฐแอริโซนาเริ่มดำเนินงานแล้ว และฝ่ายบริหารระบุว่าสามารถทำอัตราผลผลิตของชิปที่ผ่านมาตรฐาน หรือ Yield ได้ดีเทียบเท่าโรงงานหลักในไต้หวัน
โรงงานแห่งที่สองกำลังเตรียมนำเครื่องจักรเข้าติดตั้ง ขณะที่โรงงานแห่งที่สามอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนงานเตรียมพื้นที่สำหรับโรงงานแห่งที่สี่และโรงงานบรรจุชิปขั้นสูงแห่งแรกได้เริ่มต้นแล้ว เมื่อรวมโครงการปัจจุบันและโครงการในอนาคต Reuters ระบุว่าพื้นที่ของ TSMC ในแอริโซนาอาจประกอบด้วยโรงงานผลิตและบรรจุชิปประมาณ 12 แห่ง พร้อมศูนย์วิจัยและพัฒนาอีกหนึ่งแห่ง
การเพิ่มฐานผลิตในสหรัฐฯ ช่วยให้ TSMC อยู่ใกล้ลูกค้ารายใหญ่ ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของฐานการผลิต และสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม โครงการขนาดใหญ่ยังเผชิญข้อจำกัด ทั้งจำนวนแรงงานก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ต้นทุนการดำเนินงาน และความสามารถในการเพิ่มกำลังผลิตตามแผน บริษัทจึงต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขอุปสรรคเหล่านี้
ไต้หวันยังคงเป็นหัวใจของเทคโนโลยีล่าสุด
แม้จะลงทุนในต่างประเทศอย่างจริงจัง แต่ TSMC ไม่ได้ลดบทบาทของไต้หวัน บริษัทกำลังวางแผนสร้างโรงงานเทคโนโลยีระดับแนวหน้าและโรงงานบรรจุชิปขั้นสูงอีก 13 แห่งในไต้หวันในช่วงหลายปีข้างหน้า
เหตุผลสำคัญคือเทคโนโลยีรุ่นใหม่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายวิจัยและพัฒนา ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายผลิต TSMC จึงมีแนวโน้มเริ่มต้นเทคโนโลยีล่าสุดในไต้หวันก่อน แล้วจึงพิจารณาถ่ายทอดการผลิตไปยังฐานต่างประเทศเมื่อกระบวนการมีเสถียรภาพมากขึ้น
กล่าวอีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ อาจกลายเป็นฐานผลิตที่มีความสำคัญมากขึ้น แต่ไต้หวันยังคงเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตของบริษัท
ผลประกอบการดี แต่ราคาหุ้นยังผันผวน
แม้ TSMC จะรายงานผลประกอบการระดับสูงสุดและเพิ่มประมาณการรายได้ แต่หุ้นที่จดทะเบียนในไต้หวันกลับลดลง 7.3% ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังเพิ่มขึ้นเกือบ 50% นับจากต้นปีจนถึงวันดังกล่าว
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า บริษัทที่มีผลประกอบการแข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าราคาหุ้นจะปรับขึ้นทันที โดยเฉพาะเมื่อราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว นักลงทุนจึงเริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนจำนวนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสร้างผลตอบแทนได้เร็วและยั่งยืนเพียงใด
นอกจากนี้ TSMC ยังต้องรับมือกับต้นทุนของโรงงานต่างประเทศ การแข่งขันจาก Samsung และ Intel ข้อจำกัดด้านการส่งออกเทคโนโลยีไปจีน ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ฝ่ายบริหารยังเปิดทางเลือกในการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม หากสภาวะตลาดเอื้ออำนวยต่อการระดมทุน
สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามต่อจากนี้
ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่านักลงทุนควรซื้อหรือขายหุ้น TSMC ทันที แต่กำลังส่งสัญญาณสำคัญ 3 ประการ
ประการแรก ความต้องการชิป AI กำลังเปลี่ยนจากกระแสระยะสั้นเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ประการที่สอง เทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงและระบบบรรจุชิปกำลังกลายเป็นคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม และประการสุดท้าย แม้แนวโน้มธุรกิจจะแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องพิจารณาราคาหุ้น ต้นทุนการขยายกำลังผลิต และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กัน
TSMC กำลังวางเงินลงทุนครั้งใหญ่บนสมมติฐานว่าโลกจะต้องใช้พลังประมวลผลมากขึ้นต่อเนื่องไปถึงช่วงปลายทศวรรษ หากมุมมองนี้ถูกต้อง การแข่งขันในยุค AI อาจไม่ได้ตัดสินกันเพียงว่าใครสร้างโมเดลที่ฉลาดที่สุด แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถผลิตชิปที่มีประสิทธิภาพสูงได้มากพอ เร็วพอ และคุ้มค่าพอสำหรับความต้องการของทั้งโลกด้วย
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษา ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์


