บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

ไทยเตรียมปรับเป้า GDP ใหม่ หลังทรัมป์จับมืออิหร่าน

16 มิถุนายน 2569

ไทยเตรียมปรับเป้า GDP ใหม่ หลังทรัมป์จับมืออิหร่าน

ไทยเตรียมปรับเป้า GDP ใหม่ หลังทรัมป์จับมืออิหร่าน 

สงครามเริ่มสงบ เศรษฐกิจไทยจะไปถึงไหน? รัฐมนตรีคลังเปิดโรดแมปฉบับใหม่

ในวันที่โลกกำลังจับตามองห้วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ถึงความพร้อมในการลงนามข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นเลือดใหญ่ที่น้ำมันกว่า 20% ของโลกไหลผ่าน — ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ข่าวนี้ไม่ได้กระเพื่อมเพียงในห้องประชุมทำเนียบขาว แต่ส่งคลื่นสั่นสะเทือนไปถึงห้องทำงานของนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก รวมถึงกระทรวงการคลังไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่า รัฐบาลกำลังเตรียมทบทวนตัวเลขคาดการณ์ GDP ของไทยใหม่ทันทีที่สถานการณ์ความขัดแย้งโลกเริ่มคลี่คลาย เพราะเมื่อสงครามสงบ ห่วงโซ่อุปทานฟื้น และความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับมา เศรษฐกิจโลกก็จะขยายตัวแรงกว่าที่ตัวเลขบนโต๊ะเคยประมาณไว้

แต่นายเอกนิติย้ำว่า ความระมัดระวังยังจำเป็น "ความผันผวนของสถานการณ์โลกอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา" เขากล่าว พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลกังวลที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่ตัวเลขบนหน้ากระดาษ แต่คือ ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนฐานราก ที่ต้องรับมือกับเงินเฟ้อที่แผ่ขยายเข้าไปในทุกรายจ่ายประจำวัน

พลังงาน บทเรียนราคาแพงที่ไทยต้องจำ

แม้ข่าวดีจากตะวันออกกลางจะทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงบ้าง แต่รัฐมนตรีคลังชี้ให้เห็นความจริงที่ขมปาก — โครงสร้างพื้นฐานการผลิตน้ำมันทั่วโลกได้รับความเสียหายสะสมมาตลอดช่วงสงคราม การซ่อมแซมและฟื้นฟูต้องใช้เวลา ราคาพลังงานจึงจะยังคงอยู่ระดับสูงไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี และโอกาสที่จะย้อนกลับไปถูกเหมือนยุคก่อนสงครามนั้น ริบหรี่มาก

นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลไม่ยอมรอ และตัดสินใจเดินหน้าแผน "การเปลี่ยนผ่านพลังงาน" อย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการดาวเด่นคือการสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคาบ้าน ซึ่งไม่ใช่แค่นโยบายสีเขียวเพื่อภาพลักษณ์ แต่คือ "โล่กันค่าไฟ" ที่จับต้องได้ในระยะยาว และยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปัจจุบันไทยพึ่งพาจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงมาก

สามเสาหลักช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่แบกรับต้นทุนพุ่งสูงมาโดยตลอด รัฐบาลวางแนวทางช่วยเหลือไว้สามแกนหลัก ได้แก่

    ลดต้นทุน — ผ่านมาตรการสนับสนุนด้านพลังงานและปัจจัยการผลิต

    เพิ่มยอดขาย — ด้วยการใช้ข้อมูล (Data Analytics) วิเคราะห์ตลาดและเชื่อมผู้ค้ากับลูกค้ากลุ่มใหม่

    เข้าถึงทุน — อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน

ที่น่าสนใจคือรัฐบาลเริ่มนำ เทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพในโครงการช่วยเหลือเหล่านี้ด้วย — ถือเป็นสัญญาณที่ชัดว่ารัฐบาลพยายามก้าวข้ามรูปแบบ "แจกเงินแล้วจบ" ไปสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง

กระทรวงการคลังยังเร่งบูรณาการงานร่วมกับกระทรวงพันธมิตรและคณะกรรมการงบประมาณ เพื่อผลักดันโครงการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ส่วนเรื่อง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่หลายคนรอดูการทบทวนเกณฑ์นั้น ยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจน และยังไม่มีกำหนดนำเสนอ ครม. ในรอบนี้

โลกกำลังเปลี่ยนผ่าน และไทยเลือกที่จะไม่รอดูอย่างเดียว


https://csisociety.com/course-live/csi26

20260614_s_6JxCLtt9Bc.webp