บทความ

CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

"ก.ล.ต. ขยับตัว! เปิดทางธุรกิจสีน้ำตาล สู่สีเขียว ด้วยทางเลือกการลงทุนใหม่ 'Transition Bond'"

10 เมษายน 2569

"ก.ล.ต. ขยับตัว! เปิดทางธุรกิจสีน้ำตาล สู่สีเขียว ด้วยทางเลือกการลงทุนใหม่ 'Transition Bond'"

"ก.ล.ต. ขยับตัว! เปิดทางธุรกิจสีน้ำตาล สู่สีเขียว ด้วยทางเลือกการลงทุนใหม่ 'Transition Bond'"

คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในวันที่โลกกำลังตะโกนบอกเราว่า "ต้องรักษ์โลก" และธุรกิจทั่วโลกต่างมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์... แล้วธุรกิจที่ยังจำเป็นต้องใช้พลังงานสูง หรือกลุ่มอุตสาหกรรมหนักที่ยังปรับตัวไม่ได้ทันทีล่ะ เขาจะยืนอยู่ตรงไหน?

นี่คือที่มาของความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้าง "สะพานเชื่อม" ให้กับธุรกิจเหล่านี้ ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า Transition Finance ครับ

ทำไมต้องมี Transition Finance?

เราต้องยอมรับความเป็นจริงข้อหนึ่งครับว่า การเปลี่ยนโลกให้เป็น "สีเขียว" (Green) 100% นั้นไม่สามารถทำได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวยาก (Hard-to-abate) เช่น ภาคการผลิต ปิโตรเคมี หรือขนส่งขนาดใหญ่ หากเราสนับสนุนเฉพาะธุรกิจที่เขียวอยู่แล้ว ธุรกิจที่กำลังพยายาม "จะเขียว" ก็จะขาดเงินทุนในการปรับปรุงเทคโนโลยี

ก.ล.ต. จึงได้เสนอร่างหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อรองรับตราสารหนี้ 2 ประเภทที่จะมาเป็นพระเอกในงานนี้:

  • Thailand Amber Bond (ตราสารหนี้สีเหลือง): ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่าเป็นสีเหลือง คือกลุ่มที่อยู่กึ่งกลางระหว่างน้ำตาลกับเขียว เป็นการระดมทุนเพื่อกิจกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน "Thailand Taxonomy" ซึ่งเป็นเกณฑ์สากลที่ใช้จำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยเราเอง
  • Transition Bond (ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน): ตัวนี้จะเน้นไปที่ "กลยุทธ์" ขององค์กรครับ เป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนแผนการปรับตัวในระยะยาว เพื่อให้บริษัทค่อยๆ ขยับเข้าใกล้เป้าหมายความยั่งยืนตามมาตรฐานระดับสากล

ยกระดับความโปร่งใส เพื่อความมั่นใจของนักลงทุน

ไม่ใช่แค่การเปิดช่องให้ระดมทุนเท่านั้นนะครับ แต่ ก.ล.ต. ยังเน้นย้ำเรื่อง "ความชัดเจน" เพื่อป้องกันปัญหา Greenwashing หรือการฟอกเขียว โดยผู้ที่ต้องการออกตราสารหนี้เหล่านี้ (Issuer) จะต้องจัดทำ Framework หรือกรอบการทำงานที่ชัดเจน และที่สำคัญคือต้องมี ผู้ประเมินภายนอก (External Review Provider) มาช่วยรับรองว่าเงินที่ได้ไปนั้น ถูกนำไปใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนจริงๆ

เป้าหมายของไทยที่วางไว้ว่าจะต้องบรรลุ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปครับ การที่ ก.ล.ต. ออกมาขยับเกณฑ์ในครั้งนี้ คือการบอกกับภาคธุรกิจว่า "เราพร้อมสนับสนุนให้คุณเปลี่ยน" และบอกกับนักลงทุนว่า "เรากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ"

หากท่านใดมีความสนใจ หรืออยากมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางตลาดทุนไทย สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. หรือผ่านระบบกลางทางกฎหมายได้จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นี้ครับ เพราะก้าวเล็กๆ ของการร่วมมือกันในวันนี้ คือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของโลกในวันหน้า