บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

19 มิถุนายน 2569
"ฟองสบู่ที่แตกไม่เหมือนเดิม ยุค AI พลิกโฉมการลงทุนจนตัวเลขกำไรกลายเป็นแค่ตัวประกอบ"
"ฟองสบู่ที่แตกไม่เหมือนเดิม ยุค AI พลิกโฉมการลงทุนจนตัวเลขกำไรกลายเป็นแค่ตัวประกอบ"
เมื่อ "เรื่องเล่า" มีค่ากว่า "ตัวเลข" ในยุคทองของ AI
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังจะซื้อบ้าน แต่ผู้ขายบอกว่า "ไม่ต้องดูราคาตลาด ดูแค่วิสัยทัศน์ของผู้สร้างก็พอ" คุณจะซื้อไหม? สำหรับนักลงทุนในยุคนี้ คำตอบกลับกลายเป็น "ใช่" อย่างน่าประหลาดใจ
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2021 โลกการเงินเคยสั่นสะเทือนเพราะหุ้น GameStop — ร้านขายเกมเก่าที่แทบไม่มีอนาคต — พุ่งขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในชั่วข้ามคืน เพราะกระแสโซเชียลมีเดียและพลังของนักลงทุนรายย่อยที่รวมตัวกันบน Reddit ครั้งนั้นนักวิเคราะห์เรียกมันว่า "ความบ้าคลั่ง" และเชื่อว่าเป็นเรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก
แต่พวกเขาคิดผิด วันนี้กระแส "หุ้นมีม" กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่บริษัทที่กำลังจะล้มหายไป มันคือบริษัทที่มีมูลค่าระดับ "ล้านล้านดอลลาร์" และมีทีมนักวิเคราะห์จาก Wall Street คอยสร้างเรื่องราวให้ด้วย
SpaceX กับ "ราคาแห่งความศรัทธา"
เมื่อ SpaceX เข้าตลาดหุ้น สิ่งแรกที่นักลงทุนส่วนใหญ่ค้นหาคือ "PE Ratio" หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไร แต่กลับพบว่ามันแทบไม่มีความหมาย เพราะในเอกสารที่ยื่นต่อ SEC นั้น SpaceX ระบุชัดเจนว่าบริษัทจะยังไม่มีกำไรในอีกหลายปีข้างหน้า และยังต้องการเงินลงทุนอีกมหาศาล
ถ้าเป็นบริษัทอื่น นักลงทุนคงหันหลังให้ทันที
แต่นี่คือบริษัทของ Elon Musk
ผู้คนไม่ได้ซื้อ SpaceX เพราะตัวเลข — พวกเขาซื้อ "วิสัยทัศน์" พวกเขาซื้อความฝันเรื่อง Data Center บนอวกาศ เรื่องมนุษย์ไปอาศัยบนดาวอังคาร และพวกเขาซื้อ "Musk Premium" ซึ่งเป็นมูลค่าที่ไม่มีสูตรคำนวณ มีแต่ความเชื่อมั่น ไม่ต่างจากคนรุ่นก่อนที่ลงทุนใน Tesla ตั้งแต่ต้น แล้วได้ผลตอบแทนที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "บางครั้งฝันก็มีราคา"
เพื่อสนับสนุนกระแสนี้ Morgan Stanley ถึงกับออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้ของ SpaceX อาจพุ่งแตะ 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2040 — ตัวเลขที่ฟังดูเหนือจริง แต่กลับทำให้นักลงทุนรายย่อยรู้สึกว่า "หุ้นตอนนี้ยังถูกอยู่เลย"
เกาหลีใต้ เมื่อการเก็งกำไรกลืนกินตลาดทั้งใบ
ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของโลก ตลาดเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่แตกต่างแต่คล้ายคลึงกัน Samsung Electronics และ SK Hynix — สองยักษ์ใหญ่วงการชิปหน่วยความจำ — กลายเป็นหุ้นที่ประเมินมูลค่าได้ยากเช่นกัน เพราะธุรกิจชิปมีวัฏจักรขึ้นลงที่รุนแรงและรวดเร็ว
Samsung เคยซื้อขายที่ระดับ 26 เท่าของกำไรล่วงหน้าในต้นปี 2023 ก่อนจะร่วงเหลือแค่ 8 เท่าในเวลาเพียงปีครึ่ง และเมื่อไม่มี "ราคาที่เหมาะสม" มาเป็นจุดยึด การซื้อขายก็ถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณและกลไกตลาดแทน ปัจจุบัน กองทุน ETF แบบเลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้นรายตัวได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลี และการปรับสมดุลพอร์ตรายวันของกองทุนเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 60–70% ของมูลค่าการซื้อขาย SK Hynix ทั้งหมดในแต่ละวัน — หมายความว่าราคาหุ้นถูกกำหนดโดย "เครื่องจักรการเงิน" มากกว่า "พื้นฐานธุรกิจ"
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความผันผวนของดัชนี Kospi พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และเริ่มมีสัญญาณ Forced Liquidation หรือการถูกบังคับขายหุ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่านักลงทุนรายย่อยบางส่วนกำลังเล่นเกมที่ตัวเองอาจยังไม่เข้าใจกฎทั้งหมด
คำถามที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อ SpaceX ถูกคาดการณ์ว่าจะเข้าดัชนี Nasdaq 100 ในเดือนกรกฎาคมนี้ และ Samsung กับ SK Hynix มีน้ำหนักรวมกันราว 15% ของดัชนี MSCI Emerging Markets ความเคลื่อนไหวของหุ้นเหล่านี้จะไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของนักเก็งกำไรอีกต่อไป — แต่จะกระทบนักลงทุนสถาบันและกองทุนบำนาญทั่วโลกที่ถือดัชนีเหล่านี้ด้วย
นักวิเคราะห์อาวุโสอย่าง Shuli Ren แห่ง Bloomberg ฝากไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะเชื่อในวิสัยทัศน์ของ Musk หรือกระแส AI Supercycle หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ "ยุคแห่ง Trillion-dollar Hype" ได้มาถึงแล้ว และกำลังกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลก คำถามที่เหลืออยู่คือ ในเกมนี้คุณต้องการเป็น "ผู้เล่น" หรือ "ผู้สังเกตการณ์" และถ้าเลือกเล่น คุณแน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่ยังถือหุ้นอยู่ตอนที่เรื่องเล่าจบลง


