บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

23 กุมภาพันธ์ 2569
เมื่อ "ทรัมป์" งัดข้อ "ศาลฎีกา": สงครามภาษีรอบใหม่ และส้มหล่นใบใหญ่ของส่งออกไทยปี 2026
เมื่อ "ทรัมป์" งัดข้อ "ศาลฎีกา": สงครามภาษีรอบใหม่ และส้มหล่นใบใหญ่ของส่งออกไทยปี 2026
สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนและผู้อ่านทุกท่าน วันนี้มีประเด็นร้อนฉ่าจากฝั่งอเมริกาที่ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงตลาดหุ้นไทยบ้านเรามาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องราวของ "ศึกอำนาจ" ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนจะเป็นบทเรียนเศรษฐกิจบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นสุดๆ
ชนวนเหตุ: เมื่อศาลเบรก...ทรัมป์เลยจัดหนัก!
เรื่องมันเริ่มจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ตัดสินว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) มาอ้างเพื่อเก็บภาษีนำเข้านั้น "อยู่เหนือขอบเขตอำนาจ" พูดง่ายๆ คือศาลสั่งเพิกถอนมาตรการภาษีเดิมนั่นเอง
แต่คนอย่าง "โดนัลด์ ทรัมป์" ไม่ยอมถอยง่ายๆ ครับ เพียงแค่หนึ่งวันหลังจากคำตัดสิน ท่านประธานาธิบดีก็ประกาศสวนกลับทันที ด้วยการสั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลก จาก 10% เป็น 15% มีผลทันที! โดยเปลี่ยนไปใช้ช่องว่างทางกฎหมายอื่นที่เรียกว่า Section 122 (ว่าด้วยเรื่องดุลการชำระเงิน) แทน แถมยังส่งสัญญาณขู่ด้วยว่า ในอนาคตอาจจะงัดมาตรา 232 (ความมั่นคง) หรือมาตรา 301 มาใช้อีกในเร็วๆ นี้
ทำไม "ข่าวร้าย" ของสหรัฐฯ ถึงเป็น "ข่าวดี" ของไทย?
ฟังดูเหมือนสงครามการค้าจะรุนแรงขึ้นใช่ไหมครับ? แต่ทาง บล.กสิกรไทย เขามองมุมต่างว่านี่คือโอกาสทอง (Upside) สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2026 เลยทีเดียว โดยมีเหตุผลสนับสนุนที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
ศักยภาพการส่งออกที่แกร่งกว่าคาด: เมื่อสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีใส่ "ทุกคน" สินค้าไทยที่มีคุณภาพและต้นทุนการผลิตที่ได้เปรียบจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้นำเข้าชาวอเมริกันที่พยายามหนีจากสินค้าจีน
การปรับตัวของห่วงโซ่อุปทาน: คำตัดสินของศาลและการตอบโต้ของทรัมป์ ทำให้บริษัทข้ามชาติมองเห็น "ความเสี่ยง" ในการพึ่งพาฐานผลิตเดิมๆ และไทยเราคือเป้าหมายหลักของการย้ายฐานการผลิต (Relocation)
แรงหนุน GDP ปี 2026: หากการส่งออกไทยทำได้ดีกว่าที่เดิมคาดไว้ จะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยผลักดันตัวเลขเศรษฐกิจไทยให้พุ่งสูงขึ้นกว่าเป้าหมายเดิม
ส่องสปอตไลท์: หุ้นกลุ่มไหนบ้างที่จะ "วิน" ในเกมนี้?
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางทำกำไรจากกระแสนี้ บล.กสิกรไทย ได้ชี้เป้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองไว้ ดังนี้ครับ:
กลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นแนะนำ (Top Picks) เหตุผลความน่าสนใจ
- - Electronics DELTA, HANA, KCE ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกยังสูง และไทยเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง
- - อาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ITC, AAI, TU, ASIAN สินค้ากลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและทูน่าของไทยครองส่วนแบ่งตลาดสูงในสหรัฐฯ
- - ปิโตรเคมีและยานยนต์ PTTGC, IVL / STA, AH ได้อานิสงส์จากการที่คำสั่งซื้อไหลออกจากคู่แข่งในประเทศที่โดนกำแพงภาษีหนักกว่าไทย
- - ขนส่งและโลจิสติกส์ PSL, TTA, RCL, WICE เมื่อมีการเร่งส่งออกและนำเข้าก่อนมาตรการภาษีใหม่ๆ จะออกมาอีก ค่าระวางเรือและปริมาณงานจะคึกคักเป็นพิเศษ
สิ่งที่ต้องจับตา
แม้ว่าในระยะสั้นอาจจะมีแรงกดดันเชิงจิตวิทยาจากตัวเลขภาษีที่ขยับขึ้นเป็น 15% แต่ในภาพรวม "ไทย" ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในเชิงการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ครับ
อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ประมาท เพราะทรัมป์ยังมีไม้เด็ดอย่างมาตรา 232 และ 301 ที่อาจนำมาใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าบางประเภทได้
สรุปสั้นๆ: ศึกครั้งนี้ไทยไม่ได้เป็นแค่ผู้ชมครับ แต่เรากำลังเป็น "ตัวสำรองตัวเก่ง" ที่พร้อมลงสนามมาทำแต้มในจังหวะที่ยักษ์ใหญ่เขากำลังแย่งบอลกัน!

