บทความ
CSI Society สถาบันนักลงทุน CSI

27 พฤษภาคม 2569
"ปีแห่งการประคองตัว: เมื่อโจทย์เศรษฐกิจไทยปี 69 ไม่ใช่การวิ่งเข้าเส้นชัย แต่คือการพาพวกรอดไปด้วยกัน"
"ปีแห่งการประคองตัว: เมื่อโจทย์เศรษฐกิจไทยปี 69 ไม่ใช่การวิ่งเข้าเส้นชัย แต่คือการพาพวกรอดไปด้วยกัน"
ลองจินตนาการว่าเรากำลังขับรถลงจากภูเขาที่ทั้งสูงและลาดชัน แถมข้างหน้ายังเป็นทางโค้งหักศอกที่มองไม่เห็นปลายทาง... ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งแรกที่คุณจะทำคืออะไรครับ? แน่นอนว่าคงไม่ใช่การเหยียบคันเร่งเพื่อทำความเร็ว แต่คือการแตะเบรกอย่างนุ่มนวล จับพวงมาลัยให้มั่น และพาผู้โดยสารทุกคนในรถไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของ "เศรษฐกิจไทยในปี 2569" ครับ ปีนี้โจทย์ใหญ่ของพวกเราทุกคนได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยตั้งเป้าว่าจะต้องเติบโตให้ได้ 3-4% แต่ในวันนี้เป้าหมายที่สำคัญกว่านั้น คือการทำอย่างไรให้กลไกทุกภาคส่วน "อยู่รอดและปลอดภัย" ท่ามกลางกระแสลมแรงจากรอบทิศทาง
เหตุผลที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในปีนี้ เกิดจาก "พายุทางเศรษฐกิจ" ระดับโลกที่พัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาพลังงานที่ผันผวนจนคาดเดาได้ยาก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะนโยบายทางการค้าอันเข้มงวดจากฟากฝั่งสหรัฐฯ ที่อาจทำให้การพึ่งพาตลาดเดิมเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูงขึ้น
ทางออกที่น่าสนใจคือ การเริ่มกระจายความเสี่ยงและปรับสัดส่วนการส่งออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากปัจจัยในบ้านเรา เช่น ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวในระดับที่เอื้อต่อการแข่งขัน และการรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม เพื่อเป็นเสื่อผืนหมอนใบช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร และผู้ประกอบการรายย่อยให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้
สิ่งหนึ่งที่พวกเราต้องตระหนักร่วมกันคือ ในยามที่รายได้โตช้า การบริหาร "หนี้สิน" คือหัวใจสำคัญครับ การรักษาระดับเพดานหนี้สาธารณะไว้ไม่ให้สูงเกินไป จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก สิ่งที่ไทยควรทำแทนการกู้เงินมาอุดหนุนราคาพลังงานแบบชั่วคราว คือการนำงบประมาณไปลงทุนใน "รากฐานระยะยาว" เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างโซลาร์เซลล์ และการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนในกระเป๋าของพวกเราแล้ว ยังเป็นการปูพรมแดงต้อนรับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตอีกด้วย
หลายคนอาจจะกำลังกังวลเกี่ยวกับกระแสข่าวของ "Virtual Bank" หรือธนาคารไร้สาขาที่กำลังจะเข้ามา ว่าจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดหนี้ครัวเรือนมากขึ้นหรือไม่? หากมองลึกลงไปในรายละเอียด ในช่วงปีแรกๆ ของการเริ่มต้น ธุรกิจนี้ยังมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับระบบธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น ภาคการเงินของไทยเรามีความแข็งแกร่งและมีเกราะป้องกันที่หนาแน่นพอ สมรภูมินี้จึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลใจในระยะสั้น แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้และปรับตัวสู่โลกดิจิทัลอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าครับ
แม้ว่าตัวเลขคาดการณ์ GDP ในปีนี้อาจจะไม่ได้หวือหวา อยู่ที่ประมาณ 1.5 - 2.0% แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีหวังครับ เพราะการประคองตัวให้รอดพ้นจากโค้งอันตรายอย่างมั่นคงในวันนี้ คือการสะสมพลังเพื่อที่เราจะสามารถวิ่งได้ไกลและเร็วขึ้นในวันข้างหน้า
ขอเพียงแค่เรา—ในฐานะคนไทยด้วยกัน—ช่วยกันสนับสนุนสินค้าไทย เที่ยวเมืองไทย และปรับตัวอย่างมีสติ เชื่อมั่นเหลือเกินครับว่า รถคันที่ชื่อว่า "ประเทศไทย" คันนี้ จะผ่านพ้นภูเขาที่ลาดชันลูกนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ

